สถานที่เที่ยวเกาะเชจู 9 จังหวัด

ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเป็น เกาะแห่งความฝัน เกาะที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี มีอากาศที่น่าสบายแบบใกล้เขตร้อน มีชายฝั่งทะเลที่สวยงามโดยรอบ ยาวถึง 256 กม. ทิวทัศน์อันงดงามตามธรรมชาติ ภูเขาฮัลลาซาน ซึ่งเป็นภูเขาไฟ ที่ดับแล้ว มีความสูงถึง 1950 เมตร อยู่ตรงกลางเกาะ ความสวยงามและโรแมนติด บรรยากาศในฤดูต่าง ๆที่แตกต่างกัน จึงเป็นแหล่งพักผ่อนและฮันนีมูน สำหรับชาวเกาหลี

MANJANGGUL CAVE

ถ้ำหินลาวา – มันจางกู ทางรัฐบาลได้สงวนไว้เป็นสมบัติทางธรรมชาติของชาติเมื่อปี 1970  และเป็นแหล่งศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์กลางคืน

SONGSAN ILCHULBONG

(ยอดเขา ชงซัน อิลชุลโบง) หมายความว่า ” จุดสูงสุดที่พระอาทิตย์ขึ้น ” ปากปล่องภูเขาไฟมีลักษณะเหมือนมงกุฎ จุดชมวิวที่สวยและขึ้นชื่อที่สุด

SONG-UP FOLK VILLAGE

หมู่บ้านวัฒนธรรมซงอับ ตั้งอยู่ตีนเขาฮัลลา หมู่บ้านพื้นเมืองที่รัฐบาลอนุรักษ์ไว้ พบบ้าน ผู้คนที่อาศัยอยู่ อาชีพ สินค้าดัง โรงเรียน ตึกทำการรัฐบาลในสมัยก่อน

CHEJU FOLK VILLAGE

หมู่บ้านวัฒนธรรมเชจู จะได้ทราบถึงชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเกาะเชจู หมู่บ้านประมง ตลาด และอื่น ๆ เป็นต้นและที่สำคัญถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ คุณปู่ของชาวเกาะเชจู”โทฮารุบัง”

CHONJIYON FALLS

YONGDUAM ROCK

หินยองดู เป็นหินบะซอลที่มีรูปร่างคล้ายหัวมังกรตามตำนาน พบกับหญิงเชจูกำลังขมักขะเม้นกับการดำน้ำเพื่อหาของทะเล
น้ำตก ชงจียอง อยู่ไม่ไกลกัน ตั้งอยู่ในหุบเขา ท่านจะพบกับหินรูปร่างต่าง ๆ จุดถ่ายรูปและวิวที่สวยมาจนคู่ฮันนีมูนเกาหลีทุกคู่ต้องมา

YEOMIJI BONTANICAL GARDEN

สวนพฤษศาตร์เยอเมจิก ตั้งอยู่รีสอร์ท ชุนมุน ภายในประกอบไปด้วยสวนกลางแจ้งและสวนกรีนเฮาส์ขนาดใหญ่ ที่สูงถึง 38 เมตร มีจุดชมวิวบนหอคอยที่ตั้งอยู่ใจกลางสวน มีพืชพันธุ์ไม้ต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะแถบเมืองร้อน เมืองหนาว

สถานที่เที่ยวสวนโบ เกาหลี

ตั้งอยู่ในจังหวัด ชุนชงบุกโด ซึ่งอยู่ตอนกลางของประเทศเกาหลีไป ประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นเมืองอาบน้ำแร่ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 53 องศาเซลเซียส เชื่อกันว่าสามารถช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บ โรคผิวหนัง และทำให้ผิวพรรณ เปล่งปลั่ง สวยงาม และในฤดูหนาวยังเป็นแหล่งเล่นสกีที่ขึ้นชื่ออีกด้วย จึงเป็นเมืองพักผ่อนที่มีชื่อของเกาหลี

CHUNGJU LAKE CRUISE

ล่องเรือที่ทะเลสาปชงจู ตลอด 40 นาทีกับการล่องเรือตามจุดต่าง ๆ ท่านจะได้สัมผัสถึงความงามที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะแม่น้ำที่ใสสะอาด หินรูปร่าง ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีที่แล้วตามคำกล่าวของท่านอีหวั่น และชมสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองทันยาง

KOSU CAVE

ถ้ำโคสุ ซึ่งตั้งอยู่ทางชิน ทันยาง เป็นถ้ำหินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เมื่อหลายหมื่นปีที่ผ่านมาและเป็นถ้ำหินแกรนิตที่มีขนาดใหญ่มาก มีระยะทางเดินถึง 1.6 กม. เป็นแหล่งศึกษาทางธรณี วิทยา ได้ชื่อว่าเป็น ” ปราสาทแห่งใต้พิภพ

สถานที่เที่ยวภาคตะวันออกเฉียงใต้ในเกาหลี

ศูนย์กลางการท่องเที่ยวโดยแท้ เนื่องจากมีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โบราณสถาน และโบราณวัตถุที่เด่นที่สุดของเกาหลีในสมัยอาณาจักรชิลล่า เป็นแบบอย่างพุทธศิลปที่วิจิตรงดงาม

พูซาน เขตท่องเที่ยวพิเศษของประเทศ มีประชากรราว 4 ล้านคน เป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ตั้งอยู่ ทางตอนใต้ของชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทร ภูมิอากาศแบบแบบชายฝั่งทะเลตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์อันงดงาม เช่น วัด ชายหาด แหล่งตากอากาศ เป็นต้น

 

1. TAEJONGDAE วนอุทยานแห่งชาติ เทจองแด พื้นที่ป่าทึบ มีถนนลดเลี้ยวจุดชมวิว รูปปั้นแม่กับลูกที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยน บนหน้าผาจะเห็นประภาคารสูงเด่นมีอายุกว่า 100 ปี และจะเห็นเกาะน้อยใหญ่มากมาย

2. YONGDOSAN PRAK & PUSAN TOWER หอคอยยองดูซาน ตั้งอยู่บนสวนสาธารณะยงดูซาน ใจกลางเมืองพูซานเป็นจุดชมวิวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับคนเมืองมึความสูงถึง 118 เมตร สามารถชมทัศนียภาพของเมืองและท่าเรือในมุมกว้าง นอกจากนี้ภายในสวนยังเป็นที่ตั้งอนุเสาวรีย์ของเม่ทัพเรือ ยี ซุน วิน วีรบุรุษแห่งท้องทะเลของชาติ ตลอดจนนาฬิกาดอกไม้ เป็นต้น

3. CHAGALCHI FISH MARKET ตลาดปลา ชากัลชิ ตลอดแนวท่าเรือประมาณ 1 กม. จากศาลากลางเมืองพูซาน เป็นแหล่งรวมขายส่งปลาทุกชนิด ท่านจะพบกับชีวิตพื้นเมืองของชาวพูซานดั้งเดิม

4. POMOSA TEMPLE วัดโพโมชา อยู่กลางทางขึ้นเขาคิมจองซาน ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.678 ระหว่างอาณาจักชิลล่า โดยพระภิกษุชื่อดัง อุยซางเป็นวัด 1 ใน 5 วัดใหญ่ของเกาหลี ตัวโบสถ์กลางถูกจดทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ สร้างในราชวงศ์โซซอน มีความละเอียดอ่อน ยังมีเจดีย์หิน 3 ชั้น ศาลาและหอคอยรวมกันอีก 7 แห่ง

5. UN CEMETARY สุสานสหประชาชาติ เพื่อระลึกถึงทหารจากชาติต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทย ที่ไปช่วยรบในสงครามเกาหลีเมื่อ 40 ปีที่แล้ว

 

D.M.Z. OBSERVATION & THE 3RD TUNNEL

เขตปลอดทหาร (D.M.Z) ระยะทาง 155 ไมล์ ที่เลี้ยวลดไปตามคาบสมุทรเกาหลี จากปากแม่น้ำฮันทางตะวันตกจนไปสิ้นสุดที่เส้นขนาน 38 องศาทางชายฝั่งทะเลตะวันออกขณะที่ท่านเข้าใกล้เขตชายแดนเกาหลีเหนือ – ใต้ เป็นเขตที่มีการป้องกันที่เข้มแข็งที่สุดในโลก จะพบว่า “นี่คือสนามกอลฟ์ที่อันตรายที่สุดในโลก เพราะมีกับระเบิดที่พร้อมจะจะทำงานตลอดเวลา” คาบสมุทรเกาหลี ถูกแบ่งเป็นเกาหลี เหนือ และเกาหลีใต้ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ในปี ค.ศ.1946 เป็นสถานท่องเที่ยวที่พิเศษ อุโมงค์หมายเลข 3 ที่อยู่ห่างกรุงโซลเพียง 44 กม. ถูกสร้างโดยเกาหลีเหนือเพื่อโจมตีเกาหลีใต้ในระยะเวลาอันสั้น หมู่บ้านและสะพานอิสระภาพจุดชมทัศนียภาพเกาหลีเหนือ สวนอิมจิมกัก ซึ่งเป็นเรื่องราวดังละครที่หาชมได้ยาก

สมบัติแห่งชาติที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมโลกมีด้วยกันทั้งหมด 5 แห่ง คือ

1) วัดพุลคุกซาและซ็อกกูรัม ก๊อตโต้

2) แม่พิมพ์พระไตรปิฏกภาษาเกาหลี และอาคารเก็บแม่พิมพ์ ที่วัดแฮอินซา

3) บูชาสถานหลวง ชงเมียว กรุงโซล

4) พระราชวังชังดก ที่กรุงโซล

5) ป้อมฮัวซอง ที่เมืองซูวอน

สถานที่เที่ยวเคียงจู

เปรียบเสมือนบานหน้าต่างเปิดให้เห็น ความรุ่งโรจน์ในอดีตของอาณาจักรชิลล่า เมื่อราวพันปีที่ผ่านมา ระหว่าง 57 ปี ก่อนคริสต์ศักราช ถึง ปี ค.ศ. 935 ช่วงนั้น ราชอาณาจักรชิลล่า มีเคียงจูเป็นเมืองหลวงและเป็นศูนย์กลางของยุคทองแห่งวัฒนธรรม ปัจจุบันจะพบที่ฝังพระศพกษัตริย์ พระเจดีย์ อนุเสาวรีย์ วัด ตลอดจนซากอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในเมืองและตามภูเขาที่ล้อมรอบตัวเมือง จึงได้รับสมญานามว่า ” พิพิธภัณฑ์ที่ไร้กำแพง”

1. SOKKORAM GROTTO พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ” ซอกคูรัม กอตโต้ ” ที่สร้างชึ้นจากหินแกรนิตเชื่อกันว่าคอยปกป้องคุ้มครองชาวเกาหลีจากการรุกรานของชาวต่างชาติ ตั้งอยู่ในถ้ำบนเขาโทฮัมซาน พระพักตร์หันออกไปทะเลตะวันออก – ประเทศญี่ปุ่น

2. PULKUSA TEMPLE วัดพูกุกซา นมัสการวัดใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดของเมืองเคียงจู ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเขาโทฮันซาน สัมผัสสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่และความเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศานิกชนในสมัยก่อนและปัจจุบัน ซึ่งแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในสมัยอาณาจักรชิลล่า

3. CHOMCHONGDAEหอดูดาวชมชองแด ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างในศตวรรษที่ 7 ตามความเชื่อทางพุทธศาสนา

4. TUMULI PARK สวนสาธารณะทูมูไล สุสานของกษัตริย์ในสมัยชิลล่า ทึ่งถึงการฝังพระศพในสมัยโบราณ พร้อมเยี่ยมชมภายในสุสาน ที่ถูกค้นพบในปี 1974 ชมสมบัติ โครงกระดูก ตลอดจนวิธีการสร้างสุสานของกษัตริย์ ที่ ชมมาแด

ภูมิอากาศและฤดูกาลต่างๆในเกาหลีใต้

ภูมิอากาศและฤดูกาลต่างๆในเกาหลีใต้

ภูมิอากาศ ของประเทศเกาหลีใต้ จะแบ่งออกเป็น 4 ฤดู แต่ละฤดูจะมีความยาวนานประมาณ 3 เดือน คือ

ฤดูหนาว Winter (ช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์) เป็นช่วงที่หิมะตก ถือได้ว่าเป็นฤดูอันแสนโรแมนติกของหนุ่มสาวชาวเกาหลี เพราะมีหนังเกาหลีหลายเรื่องจะถ่ายทำฉากที่หิมะกำลังตก โดยส่วนใหญ่จะตกหนักในช่วงเดือนมกราคม และเป็นช่วงที่หนาวที่สุดเช่นกัน อุณหภูมิอาจจะลดลงต่ำ -10 ถึง -20 องศาได้เลยสำหรับบางวัน ช่วงนี้จะเป็นช่วงเหมาะกับการเล่นสกี โดยสกีรีสอร์ทที่เกาหลีหลายแหล่งจะเปิดให้บริการ ในอัตราค่าที่พัก และค่าเช่าอุปกรณ์ไม่แพงนัก ทัวร์เกาหลีส่วนใหญ่ของช่วงนี้จะพาไปสัมผัสกับการเล่นสกี อีกทั้งยังมีเทศกาลน้ำแข็ง และตกปลาเทร้าท์ภูเขาของเมืองฮวาซอง เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะได้ตกปลา และนำมารับประทานกันสดๆแล้ว ยังได้เห็นวิธีการตกปลาแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน (จัดประมาณเดือนมกราคม ของทุกปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

การแต่งกายในช่วงฤดูหนาว เสื้อผ้า เครื่องกันหนาว ควรเตรียมให้พร้อม ทั้งลองจอน โอเวอร์โค๊ด เสื้อโค้ทขนสัตว์ เสื้อยืดหนักกางเกงที่อบอุ่น ผ้าพันคอ ถุงมือ ที่สวมปิดหูกันหนาวขนสัตว์ รองเท้าที่ทำจากขนสัตว์ เตรียมไว้ให้มากที่สุดไว้ก่อน ช่วงนี้จะมีแฟชั่นตอนรับลมหน้าออกมาทุกปี มีสีสันสดใส หนุ่มสาวเกาหลี จะใส่เดินโชว์กันอย่างสวยงาม

 

 

 

 

 

 

 

 

ฤดูใบไม้ผลิ Spring (ช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม)

อากาศจะประมาณ 5-20 องศา เป็นช่วงที่ดอกไม้ ใบไม้เริ่มผลิบาน ชาวเกาหลี ถือว่าเป็นฤดูแห่งการเริ่มต้น และสดใส ทุกที่จะเต็มไปด้วยสีสันสดใส ของดอกไม้ โดยจะเริ่มได้เห็นดอกทิวลิปในช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึง ต้นพฤษภาคม และเทศกาลที่หลายคนตั้งตารอ คือเทศกาลดอกซากุระเกาหลี (Cherry Blossom) โดยปกติจะจัดขึ้นในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนเมษายน ทั้งนี้ดอกซากุระจะบานตามสภาพอากาศ ต้องเช็คใกล้ๆวันเดินทางอีกทีว่าจะบานช่วงไหน ซึ่งจะบานไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็จะร่วงหมด โดยดอกซากุระจะเริ่มบานจากทางใต้ของประเทศ ขึ้นมาทางเหนือ

การแต่งกายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ควรสวมเสื้อผ้าสบายๆ มีแจ็คเก็ตทับก็เพียงพอแล้ว เวลากลางวันก็เริ่มยาวนานขึ้น เสื้อผ้าเลือกแบบไม่ต้องหนามาก กางเกงยืน ร้องเท้าหุ้มส้น หรือแต่งตามแฟชั่นแบบสบายๆ เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย เหมาะกับการออกนอกบ้านเที่ยวตามสถานที่เที่ยวต่างๆ

 

ฤดูร้อน Summer (ช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม)

เป็นฤดูที่อากาศจะร้อนสุดในเกาหลี อุณหภูมิ อาจจะสูงถึง 30 องศา และเป็นช่วงที่เหมาะกับการทำเกษตร เพราะมีความชุ่มชื่นของฝนตกเป็นระยะๆ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาช่วงนี้ ต้องเตรียมตัว และดูพยากรณ์อากาศไว้ก่อน อย่างไรก็ตามช่วงนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงที่ราคาทัวร์เกาหลี หรือตั๋วเครื่องบินราคาถูกสุด และมักมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายดีๆออกมาให้นักท่องเที่ยวในช่วงนี้

การแต่งกายในช่วงฤดูร้อน ควรเป็นชุดที่สวมใส่สบายๆ กางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุด แว่นตากันแดดและหมวกตามแฟนชั่นต่างๆ หรืออาจจะมีเสื้อแจ็คเก็ตบางๆสักตัว เผื่อบางช่วงฝนตก แล้วทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงมาได้ นักท่องเที่ยวควรจะเช็คพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง เพราะถือได้ว่าเป็นฤดูที่มาฝนตกมากที่สุด

 

 

 

 

ฤดูใบไม้ร่วง Autumn (ช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน)

อากาศช่วงนี้จะเย็นสบายๆ ประมาณ 10-20 องศา เป็นฤดูที่ถือได้ว่าสวยงามที่สุด ของเกาหลี ฤดูกาลท่องเที่ยวที่สำคัญ นักท่องเที่ยวทั้งในเกาหลี และต่างชาติ จะตั้งตาคอย ชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ คือใบไม้เปลี่ยนสี โดยใบเมเปิ้ล จะเปลี่ยนเป็นสีแดง และใบแปะก้วย จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก่อนจะร่วงหมด ปกติแล้ว ช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี จะเริ่มประมาณวันที่ 15 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน แล้วแต่สภาพอากาศด้วย จะมีสีสันสสดใส ประมาณ 2-3 สัปดาห์ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ขึ้นชื่อที่สุด คือ อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน แถวขึ้นกระเช้าจะยาวเหยียดหลายร้อยเมตรทีเดียว และอีกทีนึงคือ เกาะนามิ จะได้ภาพบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติกทีเดียว

การแต่งกายในฤดูใบไม้ร่วง  ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายที่สุดของเกาหลีใต้ ควรใส่เสื้อผ้าที่หนาพอควร และมีเสื้อกันหนาวหนาๆสักตัว เนื่องจากที่เกาหลีมีลมแรง กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มสน ตามร้านขายเสิ้อผ้าทั่วไปจะเริ่มมีเสื้อผ้าแฟนชั่นตอนรับลมหนาวกันบ้างแล้ว

การเดินทางในประเทศเกาหลี

การเดินทางในประเทศเกาหลี
การเดินทางระหว่างกรุงโซลกับเมืองใหญ่ ๆ ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มีเที่ยวบินของสายการบินนานาชาติหลายสายให้บริการประจำ ประเทศเกาหลีมีท่าอากาศยานนานาชาติ อยู่ 3 แห่ง คือ
• ท่าอากาศยานนานาชาติคิมโป ใกล้กรุงโซล (ในปี ค.ศ. 2001 จะเปลี่ยนสนามบินไปใช้ที่เกาะยงดอง เมืองอินชอน)
• คิมแฮ ใกล้พูซาน
• และเชจู บนเกาะเชจู

ส่วนท่าเรือเดินสมุทรมีหลายแห่ง และยังมีสายการบินภายในประเทศ ที่บริการบินเชื่อมโยงเมืองใหญ่ รถแท็กซี่มีเป็นจำนวนมาก และราคายุติธรรม โดยใช้ระบบมิเตอร์ และรถเช่าพร้อมบริการ รถไฟที่เครือข่ายเชื่อมโยงถึงเกือบทุกส่วนของประเทศ มีรถทัวร์ ซึ่งมี เครือข่ายกระจายทั่วประเทศ รถไฟและรถทัวร์ มีตารางการเดินรถและเวลาเขียนเป็นเป็นภาษาเกาหลี ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับนักท่องเที่ยว กรุงโซลและเมืองพูซาน มีระบบเส้นทางเดินรถไฟใต้ดินที่ทันสมัยและรวดเร็ว มีป้ายชื่อสถานีและป้ายบอกทิศทางเขียนภาษาอังกฤษควบคู่ภาษาเกาหลี ระหว่างเกาะต่างๆ มีเรือบรรทุกรถยนต์และเรือไฮโดรฟอยส์ คอยบริการ

การเดินทางในกรุงโซล
ไปและกลับจากสนามบินนานาชาติอินชนการบุกเบิกงานสร้างถนนอันยาวเหยียดระหว่างสองเกาะสนามบินนานาชาติอินชน ซึ่งตั้งอยู่ห่างไปทางตะวันตก 52 กิโลเมตร จากใจกลางกรุงโซล และราว 15 กิโลเมตรชายฝั่งท่าเรือของเมืองอินชน เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง สนามบินนานาชาติมีรหัสอักษร คือ ICN และคำย่อคือ “IIA”การเดินทางโดยรถโดยสารลีมูซีน เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดราคาถูกทั้งไป และกลับตามสถานที่ต่างๆ รอบๆ กรุงโซล ติดต่อสอบถาม และซื้อตั๋วได้ที่แถวตู้ข้อมูลการท่องเที่ยวใกล้ทางออก 2 4 9 และ 13 ชั้นผู้โดยสารขาเข้า เส้นทางเดินรถสายหลักๆรถแท็กซี่ในประเทศเกาหลีมีแท็กซี่ไว้บริการมากมาย ราคาไม่แพง สะอาดปลอดภัย มีป้ายจอดสำหรับแท็กซี่อยู่ทั่วไปตามเขตเมืองที่จอแจ และท่านสามารถเรียกแท็กซี่ตามถนน นอกจากนั้น ท่านยังสามารถเรียกแท็กซี่ทางโทรศัพท์ แต่แท็กซี่ประเภทนี้ จะมีราคาค่อนข้างแพง กว่าแท็กซี่ธรรมดา มีจำนวนคนขับรถแท็กซี่ที่พอพูดภาษาอังกฤษได้บ้างเพิ่มมากขึ้น

รถแท็กซี่ธรรมดา
ระบบค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะทาง และเวลาที่ได้ใช้บริการไป ท่านจะต้องเสียค่าโดยสาร 1,600 วอน สำหรับ 2 กม. แรก และเสียอีก 100 วอน ทุกระยะ 168 ม. ที่เพิ่มขึ้น ถ้าจราจรติดขัดแท็กซี่วิ่งได้น้อยกว่า 15 กม. ต่อ 1ชม. ท่านต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 100 วอน ทุกระยะเวลา 41 วินาที

รถแท็กซี่แบบหรูหรา
ในประเทศเกาหลีเรียกรถแท็กซี่แบบหรูหราว่า “โมบ็อม” รถพวกนี้มีสีดำ ป้ายสีเหลืองข้างบน และมีคำว่า “Deluxe Taxi” เขียนอยู่ด้านข้าง รถเหล่านี้มีที่นั่งผู้โดยสารกว้างกว่า และมีบริการมาตรฐานสูง ท่านต้องเสียค่าโดยสาร 4,000 วอน สำหรับ 3 กม. แรก และเสียอีก 200 วอน ทุกระยะ 205 ม. ที่เพิ่มขึ้น หรือทุกๆ 50 วินาที ในช่วงที่จราจรติดขัด และรถใช้ความเร็วได้ต่ำกว่า 15 กม.ต่อ 1 ชม. ค่าโดยสารปกติ ระหว่างสนามบินคิมโพ และย่านใจกลางเมืองประมาณ 69,000 วอน รวมค่าทางด่วนแล้ว รถแท็กซี่ประเภทนี้ จะออกใบเสร็จให้ท่าน และไม่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่ม ในกรณีที่ใช้บริการตอนกลางคืนดึกๆ ท่านสามารถเรียกแท็กซี่ประเภทนี้ได้ตามป้ายจอดตามโรงแรมต่างๆ สถานีต่างๆ สถานีปลายทางรถโดยสาร และตามถนนในเมืองใหญ่ทั่วไป

รถแท็กซี่ขนาดใหญ่
ให้บริการรถตู้รับผู้โดยสารได้ 8 คน รถดังกล่าวยังติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เป็นภาษาต่างประเทศเช่น โทรศัพท์, เครื่องออกใบเสร็จรับเงิน และบริการชำระผ่านบัตรเครดิต อัตราค่าโดยสาร จะเหมือนกับรถแท็กซี่แบบหรูหราผู้โดยสารสามารถบรรทุกกระเป๋าได้มากขึ้น เพื่อความสะดวก

รถโดยสารประจำทาง
ระบบรถโดยสารประจำทางตามเมืองต่างๆ แตกต่างกันเล็กน้อย แต่เมืองใหญ่มีรถโดยสารธรรมดาและรถด่วน ถึงแม้รถพวกนี้จะมีเบอร์ติดอยู่ แต่ป้ายต่างๆ เป็นภาษาเกาหลี ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่มาเกาหลีเป็นครั้งแรก อาจรู้สึกสับสนที่จะขึ้นรถให้ถูกคัน คุณควรให้คนช่วยหา ป้ายรถโดยสาร และเบอร์รถที่คุณต้องการท่านอาจใช้เหรียญหรือบัตรสำหรับจ่ายค่าโดยสารที่สามารถหาซื้อได้ตามแผงใกล้ป้ายรถ


รถโดยสารประจำทางท้องถิ่น

รถโดยสารประจำทางในเมือง เป็นวิธีการคมนาคมที่หาง่ายที่สุดในโซล มีรถถี่ตรงต่อเวลา และไม่แพง โซลมีเครือข่ายรถโดยสารให้บริการ ทุกเขตของเมือง ค่าโดยสารสำหรับ ผู้ใหญ่ราคา 600 วอน ไม่ว่าจะมีระยะทางเท่าไรก็ตาม

รถโดยสารประจำทางแบบพิเศษ
ในประเทศเกาหลีเรียกรถประเภทนี้ว่า “ชวาซก” ซึ่งสะดวกสบายกว่า และติดเครื่องปรับอากาศ รถพวกนี้แวะจอดน้อยกว่ารถโดยสาร ปกติจึงวิ่งในเขตที่จราจรติดขัดได้เร็วกว่า ค่าโดยสารสำหรับรถโดยสารประจำทางแบบพิเศษราคา 1,300 วอน ค่าโดยสารสำหรับ รถโดยสาร ประจำทางแบบด่วนใหม่ และหรูหราราคา 1,400 วอน
สีน้ำเงิน: เป็นรถเมล์ที่เดินทางในระยะไกลระหว่างโซล เรียกว่าข้ามเขตข้ามเส้นทางไปไกลเลยทีเดียว
สีเขียว: เป็นรถเมล์ที่เดินทางระยะสั้น อาจจะเป็นแค่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้า หรือภายในเขตนั้นๆ ซึ่งจะมีแยกย่อยลงไปอีก
สีเหลือง: จะเดินทางหลายเขต เรียกว่า “รถเมล์เปลี่ยนเส้น” ก็ไม่ผิดนัก เป็นรถเมล์ขนาดเล็กที่ขนส่งจากสถานีรถไฟฟ้าไปยังจุดใกล้ๆที่มีกำหนดขอบเขตแน่นอน
สีแดง: เป็นรถเมล์ที่เดินทางข้ามเมือง ส่วนใหญ่จะไม่พ้นเขตปริมณฑลอย่างพวกเมืองอิลซานในจังหวัดคยองกิโด

รถไฟใต้ดิน

โซล พูซาน แทกู และอินชนมีระบบรถไฟใต้ดินที่ดีเยี่ยม รถไฟใต้ดินเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับนักเดินทางชาวต่างชาติที่จะใช้เดินทางท่องเที่ยวไปรอบเมืองต่างๆ เพราะชื่อสถานี ช่องขายตั๋ว และป้ายสำหรับเปลี่ยนรถ เขียนเป็นภาษาอังกฤษอย่างชัดเจน